Full Screen Gallery

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง ปรากฏตามตำนานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้ง อยู่ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่ตรงนี้มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า "ตำบลเวียงเล็กหรือเวียงเหล็ก" ครั้นเมื่อสถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้ว ถึง พ.ศ. 1896 จึงโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเป็นพระราชอนุสรณ์ ณ ตำบลซึ่งพระองค์เสด็จมาตั้งมั่นอยู่แต่เดิม และพระมหากษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาก็คงจะได้โปรดให้สร้างถาวรวัตถุ เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายอย่าง อนึ่ง เมื่อเสียกรุงฯ ในปี พ.ศ. 2310 วัดพุทไธศวรรย์ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่มิได้ถูกพม่าทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ ทุกวันนี้จึงยังมีโบราณสถานไว้ชมอีกมากมาย
วัดกุฎี ดาว เป็นวัดขนาดใหญ่ลักษณะการสร้างและรูปแบบศิลปะคล้ายกับวัดหลวงที่สร้างมา ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ถึงอยุธยาตอนกลาง โดยเฉพาะบัวหัวเสาที่เป็นบัวกลุ่มใช้ดินเผารูปกลีบบัวขนาดเล็ก เป็นหุ่นอยู่ภายในคล้ายกับที่พบในวิหารหลวงของวัดพระศรีสรรเพชญ์ซึ่งสร้าง เมื่อ พ.ศ.2042 วัดกุฎีดาวจึงน่าจะสร้างมาแล้วอย่างน้อยในสมัยอยุธยาตอนกลาง สมเด็จพระเจ้าอยูน่หัวบรมโกศครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถาน มงคล ทในราชกาลพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2254 และให้สร้างตำหนักเพื่อประทับเสด็จทอดพระเนตรการบูรณะ ซึ่งแล้วเสร็จใน3ปีตำหนักแห่งนี้มีชื่อว่า"ตำหนักกำมะเลียน"
วัดจักรวรรดิ์ หรือวัดเจ้ามอญ ตั้งอยู่ที่ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณเมืองอโยธยานอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้ต้องร้างลงเมื่อสิ้นกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ และปรักหักพังไปตามกาลเวลาโดยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์จนกระทั่งกรมศิลปากรได้ เข้ามาดำเนินการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีใน พ.ศ. ๒๕๔๒ - ๒๕๔๔ การดำเนินงานครั้งน้ได้พบโบราณวัตถุทั้งสมัยอยุธยาตอนต้นและอยุธยาตอนปลาย และเมื่อขุดแต่งซากโบราณสถานทั้งสิ้นเสร็จแล้วพบว่าวัดจักรวรรดิ์เป็นวัด ขนาดกลางหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีคูน้ำล้อมรอบ ๓ ด้าน คือด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน ๑ องค์ อุโบสถ ๑ หลัง เจดีย์ราย ๒๓ องค์ และกำแพง ๓ ชั้น ในการขุด
ค้นขุดแต่งทางโบราณคดีพบว่าวัดจักรวรรดิ์สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอน ต้น บูรณะครั้งใหญ่และก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัยอยุธยาตอนปลาย เมื่อแรกสร้างวัดนี้มีขอบเขตพื้นที่เล็กกว่าปัจจุบัน มีเพียงเจดีย์ประธาน ๑ องค์ เจดีย์บริวารที่มุมและด้านรอบเจดีย์ประธาน ๑๑ องค์ และวิหาร ๑ หลัง ต่อมาเมื่อมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีการก่อสร้างวิหารขนาดเล็ก ๑ หลัง และสร้างอุโบสถขนาดใหญ่ทับลงบนฐานวิหารเดิม และสร้างเจดีย์ประธานขึ้นใหม่ขนาดใหญ่กว่าองค์เดิมทับลงบนฐานเจดีย์ประธาน เก่า พร้อมทั้งสร้างเจดีย์บริวารบนฐานเจดีย์ประธานขึ้นใหม่อีก ๒ องค์
วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศ พระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรง สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกโดย จำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด
วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมา หลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้น พระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้ก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310 วัดไชยวัฒนารามถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก และเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา วัดไชยวัฒนารามจึงได้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง ผู้ร้ายเข้าไปลักลอบขุดหาสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย มีการรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย แต่ในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาอนุรักษ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535
วัดสมณโกฏฐาราม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น และปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษา (ปาน) อาจเป็นในช่วงสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในจดหมายเหตุของแกมเฟอร์ แพทย์ชาวเยอรมันที่ทำงานในบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดาเดินทางเข้ามากรุง ศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2233 ในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา ได้บันทึกไว้ว่าห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันออกมีวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เรียกว่า "วัดพระยาคลัง" แผนผังที่นายแกมเฟอร์เขียนประกอบไว้ปรากฏว่าเป็นวัดสมณโกฏฐารามและวัดกุฎี ดาว และยังระบุว่าสมเด็จพระเพทราชาได้เสด็จไปที่วัดนี้เพื่อราชทานเพลิงศพเจ้า แม่ดุสิตซึ่งเป็นมารดาของเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษา (ปาน) และยังเป็นพระแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อ พ.ศ. 2233
วัดมเหยงคณ์ตั้งอยู่ที่ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา แต่เดิมเป็นอาณาบริเวณของวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยาได้ทรงสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ. 1981 ต่อมากลายเป็นวัดร้างมีสภาพเสื่อมโทรมลงเป็นอันมาก กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีไว้ เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเป็นมรดกโลกที่ล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง วัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งแรกในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ.2252 ระหว่างนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้น นอกกำแพงวัดเพื่อประทับทอดพระนคร การปฏิสังขรณ์ ซึ่งกินเวลานานถึง 3 ปีเศษ เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลอง เป็นการใหญ่ถึง 7 วัน ตามพงศาวดารกล่าวถึงวัดนี้ไว้ว่า เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2112 พระเจ้ากรุงหงสาวดี ได้ตั้งทัพหลวงบัญชาการอยู่ ณ วัดมเหยงค์ แห่งนี้ ระยะเวลาปิดล้อม กรุงศรีอยุธยานานถึง 9 เดือน
"วัดกษัตราธิราชวรวิหาร" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณ ปรากฏหลักฐานพบว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดกษัตรา หรือ กษัตราราม หรือ กษัตราวาส ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ใครเป็นผู้สร้าง แต่ชื่อของวัดทำให้สันนิษฐานว่า คงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ทรงสร้าง วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดกษัตรา ซึ่งหมายความว่าเป็นวัดของพระมหากษัตริย์ หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดิน มีปรากฏในแผ่นดินสมเด็จพระสุริยามรินทร์ ว่า แรม 14 ค่ำ เดือน 5 พม่าเอาปืนใหญ่มาตั้งที่วัดราชพฤกษ์และวัดกษัตราวาส ยิงเข้ามาในพระนคร ถูกบ้านเรือนราษฎรล้มตายจำนวนมาก วัดนี้คงถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาจึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้บูรณะวัดกษัตรา และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัด กษัตราธิราช" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ปฏิสังขรณ์พระอาราม ในปี พ.ศ.2349 ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา เป็นพระอารามหลวงลำดับที่ 9 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกวัดกษัตราธิราชเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ปัจจุบัน มีพระญาณไตรโลก (สุชาติ ฐานิสสะโร) เป็นเจ้าอาวาส นับได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดพระราม อยู่นอกเขตพระราชวังไปทางด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรา มาธิบดีที่1(พระเจ้าอู่ ทอง)พระราชบิดา วัดนี้มีบึงขนาดใหญ่อยู่หน้าวัด เดิมเรียกว่าหนองโสน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บึง พระราม ปัจจุบันคือ สวนสาธารณะบึงพระราม ซึ่งใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัด พระนครศรีอยุธยา และสำหรับนักท่องเที่ยว
วัดพระรามนั้น คาดว่าถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๙๑๒ ในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร ซึ่งเป็นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑(พระเจ้าอู่ทอง) พระราชบิดา แต่พระองค์ทรงครองราชได้เพียงแค่ปีเดียว จึงเข้าใจกันว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ ทรงได้ช่วยเหลือให้สร้าง จนสำเร็จก็ได้ หรืออาจจะสร้างเสด็จเมื่อสมเด็จพระราเมศวรเสวยราชย์ครั้งที่ ๒ ก็เป็นไปได้
คุ้มขุนแผน ตั้งอยู่ที่ถนนป่าโทน เป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทยสมัยโบราณ เดิมเป็นจวนสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2437ที่เกาะลอยบริเวณสะพานเกลือซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการมณฑล ต่อมาในราวปี พ.ศ. 2483 ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสได้ย้ายจวนหลังนี้มาสร้างในบริเวณคุกนครบาลเก่าของพระนครศรี อยุธยา พร้อมทั้งสร้างเรือนไทยเพิ่มขึ้นอีกในปี พ.ศ. 2499 และให้ชื่อเรือนไทยนี้ว่าคุ้มขุนแผน ซึ่งเชื่อกันว่าขุนแผนเคยต้องโทษอยู่ในคุกแห่งนี้
วังช้างอยุธยา แล เพนียด ตั้งอยู่ริมถนนป่าโทน ข้างคุ้มขุนแผน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2540 โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดิมได้ตั้งชื่อว่า ปางช้างอยุธยา แล เพนียด และได้เปลี่ยนชื่อ ใหม่เป็น วังช้างอยุธยา แล เพนียด พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ทิศเหนือติดกับบึงน้ำโบราณข้างคุ้มขุนแผน ทิศใต้ติดริมถนนป่าโทน ตั้งใกล้กับศาลหลักเมือง ด้านทิศตะวันออกติดกับสระน้ำวัดเกษ ทิศตะวันตกติดกับโครงการตลาดน้ำเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของและสถานที่ ที่อยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่มรดกโลก คำว่า แล หมายถึง แลมอง แลเห็น แลดู เป็นคำโบราณ เพนียด หมายถึง โบราณสถานเป็นที่จับช้างโบราณ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ความหมายรวม คือ เป็นสถานที่ทำงานของช้าง และดูแลเพนียดคล้องช้าง
วัดอโยธยา หรือ วัดเดิม ตามตำนานพงศาวดารเหนือเชื่อกันว่า บริเวณวัดนี้เคย เป็นพระราชวังสมัยอโยธยามาก่อน ต่อมาเมื่อกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองได้ถวายพื้นที่พระราชวังให้สร้างเป็นวัด จึงได้ชื่อว่า “วัดเดิม” อันเป็นศูนย์กลางของเมืองอโยธยาริมแม่ น้ำป่าสัก ก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ณ หนองโสน ซึ่งบางตำนานกล่าวว่าในปีพุทธศักราช ๑๔๕๔ มีอำมาตย์ ๙ คนกระทำศึกกันถึง ๒ ปี เพื่อแย่งชิงราชสมบัติกันจนโลหิตนองท่วมท้องช้าง ต่อมาพระเจ้าหลวงขึ้นครองราชย์โปรดเกล้าฯยกวังให้เป็นวัดเรียกว่า “วัดเดิม“ ใน พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่๕) ทรงระบุว่า วัดเดิม คือวัดโบราณที่มีมาแต่สมัยอโยธยา เป็นวัดคามวาสี ที่ตั้งอยู่กลางพระนครอโยธยา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงได้มีการเรียกขานนามใหม่ว่า “วัดอโยธยา” เพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อนั่นเอง
วัดใหญ่ชัยมงคล ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อไร แต่คาดว่าประมาณ พ.ศ. 2443 เป็นที่พำนักของพระภิกษุคณะป่าแก้ว ซึ่งมี สมเด็จพระวันรัตน์เป็น ประธานสงฆ์ จึงได้ชื่อว่า วัดเจ้าพระยาไทยคณะป่าแก้ว สันนิษฐานว่าเป็นที่กระทำการเสี่ยงเทียน ในคราวก่อนที่พระเฑียรราชาจะทรง ปราบดาภิเษก ยึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ ในรัชกาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่พำนักของ สมเด็จพระวันรัตน์ ผู้เป็นพระเถระที่สมเด็จพระนเรศวรทรงให้ความเคารพ ในคราวที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะพระมหาอุปราชของหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกริ้วต่อบรรดาแม่ทัพนายกองที่ตามทัพไม่ทัน ทรงดำริจะลงพระราชอาญาประหารชีวิต แต่สมเด็จพระวันรัตน์ได้ทูลขอพระราชทานชีวิตของแม่ทัพนายกองเหล่านั้นไว้ โดยยกเอาพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะบำเพ็ญ เพียรอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องผจญมารอยู่โดยลำพัง เปรียบเสมือนกับสมเด็จพระนเรศวรที่ต้องทรงกระทำยุทธหัตถีโดยลำพัง และได้ทูลแนะนำให้ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นแทนการประหารชีวิต สมเด็จพระนเรศวรทรงเห็นด้วยและทรงให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น ชื่อว่าพระเจดีย์ชัยมงคลประมาณ พ.ศ. 2135 มีความสูง 1 เส้น 1 วา เป็นเจดีย์ ที่สูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนทุกวันนี้ วัดป่าแก้ว หรือวัดเจ้าไท ต้องร้างลงเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ประมาณ พ.ศ. 2309 หงสาวดีได้ยกพลมาประชิดพระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระที่นั่งสุริยาตรมรินทร์โปรดเกล้า ให้ยกทัพเรือออกจากพระนคร ไปตั้งอยู่ที่วัดป่าแก้ว แต่ทัพเรือสยามเสียทีข้าศึก พระยาเพชรบุรีถูก สังหาร กองทัพหงสาวดีบางส่วนได้ยึดเอาวัดป่าแก้ว หรือวัดเจ้าไท เป็นฐานปฏิบัติการ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. 2310 วัดแห่งนี้จึงได้ร้างลง
วัด วรเชษฐ์ตั้งอยู่นอกเมืองด้านตะวันตก ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปราว ๑ กิโลเมตร อยู่ ในเขตตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีถนน โบราณในสมัยอยุธยาสายหนึ่งตัดเป็นแนวตรงจากด้านหน้าวัดประเชดเข้ามาสู่ตัว เมืองบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างวัดราชพลีกับวัดกษัตราธิราชตรงข้าม พระราชวังหลัง ตรงนี้คงมีท่าเรือสำหรับพระมหา กษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลที่วัดนี้
วัดวรเชษฐ์เป็นวัดที่มีประเด็นข้อถกเถียง ทางประวัติศาสตร์มากที่สุดวัดหนึ่ง ตั้งแต่ยุคสมัย ที่มีการบันทึกและความเห็นแตกต่างกันไป ว่าสร้าง สมัยอยุธยาตอนต้น หรืออยุธยาตอนกลาง ซึ่งหากพิจารณาตามโบราณสถานภายในวัดก็ล้วนแต่เป็นไปได้ เพราะพระเจดีย์ทั้ง ๓ พระองค์ต่างสร้างในรูปแบบทางศิลปที่ต่างยุคสมัย แสดง ถึงความสำคัญที่พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ทรงนำนุบำรุง และ ปลูกสร้างศาสนสถานติดต่อกันมาหลายรัชกาล



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • krua4baitao

    ขออนุญาติเข้ามาเติมเต็มกับภาพสวยๆแทรกความรู้ของบ้านหลังนี้นะค้ะถ่ายภาพไม่เก่งแต่ชอบดูภาพสวยๆคะโอกาสหน้าจะมาแวะอีกนะค้ะ

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 54 เวลา 10:46
  • chartwattana
    tthanes

    วิธีแต่งภาพมีหลายวิธีมาก เอาตัวอย่างวิธีนี้ให้ดู คิดว่าน่าสนใจ และ งานก็สวยด้วย http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0" target="blank">http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0">http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0 ส่วนของผมใช้ แปลงภาพเป็นขาวดำ แล้วเลือกส่วนที่ต้องการเปลี่ยนสี ส่วนใหญ่จะเป็นท้องฟ้า วิธีผม อาจจะไม่ทันใจวัยรุ่น แต่ก็ได้เก็บรายละเอียดแบบรอบคอบ เหมือนการวาดภาพ wb ใช้ ขาวดำ หรือ หลอดนีออนก็ได้ ถ้าใช้ af ควรหมุนแหวนโฟกัสไปทางขวาหน่อยนึง เพราะกล้องโมแล้ว อาจทำให้โฟกัสเคลื่อนได้ ควรชดเชยแสงอย่างน้อย 1.5 สตอป ควรวัดแสงที่วัตถุที่สะท้อนแสง ir ได้ดี เช่น ใบไม้สีเขียว ควรใช้รูรับแสงที่ 8 หรือ 11 และควรใช้ขาตั้งกล้องด้วย

    ขอบคุณมากมายครับรุ่นพี่ จะลองเอาไปทำดูน่ะครับผม

    โพสเมื่อ 4 ก.ย. 54 เวลา 09:13
  • tthanes

    วิธีแต่งภาพมีหลายวิธีมาก เอาตัวอย่างวิธีนี้ให้ดู คิดว่าน่าสนใจ และ งานก็สวยด้วย http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0" target="blank">http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0">http://www.pompernpong.net/board/index.php?topic=1727.0 ส่วนของผมใช้ แปลงภาพเป็นขาวดำ แล้วเลือกส่วนที่ต้องการเปลี่ยนสี ส่วนใหญ่จะเป็นท้องฟ้า วิธีผม อาจจะไม่ทันใจวัยรุ่น แต่ก็ได้เก็บรายละเอียดแบบรอบคอบ เหมือนการวาดภาพ wb ใช้ ขาวดำ หรือ หลอดนีออนก็ได้ ถ้าใช้ af ควรหมุนแหวนโฟกัสไปทางขวาหน่อยนึง เพราะกล้องโมแล้ว อาจทำให้โฟกัสเคลื่อนได้ ควรชดเชยแสงอย่างน้อย 1.5 สตอป ควรวัดแสงที่วัตถุที่สะท้อนแสง ir ได้ดี เช่น ใบไม้สีเขียว ควรใช้รูรับแสงที่ 8 หรือ 11 และควรใช้ขาตั้งกล้องด้วย

    โพสเมื่อ 1 ก.ย. 54 เวลา 05:43
  • chartwattana

    ตามมาชมภาพ IR สวยๆ ครับพี่ ช่วงนี้ผมได้กล้อง IR มาเล่นเลยตามมาขอความรู้ครับ WB ปรับยังไงครับแล้วก็โปรเสส ภาพยังไงครับพี่ จากรุ่นน้องเซนต์ ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 31 ส.ค. 54 เวลา 23:27
  • pizarov

    พาผมไปด้วย

    โพสเมื่อ 26 ส.ค. 54 เวลา 03:47
  • leksumeth

    เข้ามาชมภาพสวยครับ คุณธเนศร์

    โพสเมื่อ 6 มี.ค. 54 เวลา 03:41
  • tthanes
    primnpoon

    สวยงามมากๆครับ....

    ขอบคุณคร้าบ

    โพสเมื่อ 10 ก.ย. 53 เวลา 23:31
  • primnpoon

    สวยงามมากๆครับ....

    โพสเมื่อ 10 ก.ย. 53 เวลา 21:27
  • tthanes
    kradokyok05

    โหว สวยขาดใจเลยอ่ะ

    ขอบคุณนะครับ

    โพสเมื่อ 17 ส.ค. 53 เวลา 22:53
  • kradokyok05

    โหว สวยขาดใจเลยอ่ะ

    โพสเมื่อ 17 ส.ค. 53 เวลา 21:14
  • tthanes
    chee1313

    ภาพถ่ายไออาร์สวยมากๆเลยครับแถมได้ข้อมูลอีก

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 13 ก.ค. 53 เวลา 22:59
  • chee1313

    ภาพถ่ายไออาร์สวยมากๆเลยครับแถมได้ข้อมูลอีก

    โพสเมื่อ 13 ก.ค. 53 เวลา 22:24
  • tthanes
    maikun34

    ข้อมูลเข้มข้น IR ก็สวยงามครับ แถมยังมีพลังแข็งแกร่ง ภาพสวยมากทุกาภาพครับพี่ธเนศ

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 29 มิ.ย. 53 เวลา 18:31
  • maikun34

    ข้อมูลเข้มข้น IR ก็สวยงามครับ แถมยังมีพลังแข็งแกร่ง ภาพสวยมากทุกาภาพครับพี่ธเนศ

    โพสเมื่อ 29 มิ.ย. 53 เวลา 09:01
  • tthanes
    pookmylove

    ภาพ IR เนี้ย เปงรายที่ชอบมากกกกกกกก สวยงามมากค่ะพี่ธเนศ

    ขอบคุณน้องปุ๊กนะคร้าบ

    โพสเมื่อ 22 มิ.ย. 53 เวลา 19:10
  • pookmylove

    ภาพ IR เนี้ย เปงรายที่ชอบมากกกกกกกก สวยงามมากค่ะพี่ธเนศ

    โพสเมื่อ 22 มิ.ย. 53 เวลา 09:26
  • tthanes
    photomann

    ภาพสวยมากๆ

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 23 พ.ค. 53 เวลา 18:43
  • photomann

    ภาพสวยมากๆ

    โพสเมื่อ 23 พ.ค. 53 เวลา 10:55
  • tthanes
    thenat

    วันนี้ขี้เกียจ ขออนุญาตยังไม่จัดอันดับภาพนะคะ.. แต่เข้ามา MP แล้ว จะไม่มาทัก พี่ธเนศ ก็กระไรอยู่.. สวัสดีค่ะ.. เข้า MP อีกเมื่อไร จะแวะมาทักทายค่ะ.. ๐^__^๐

    มีแบบนี้ด้วย...อิอิ

    โพสเมื่อ 14 พ.ค. 53 เวลา 19:25
  • thenat

    วันนี้ขี้เกียจ ขออนุญาตยังไม่จัดอันดับภาพนะคะ.. แต่เข้ามา MP แล้ว จะไม่มาทัก พี่ธเนศ ก็กระไรอยู่.. สวัสดีค่ะ.. เข้า MP อีกเมื่อไร จะแวะมาทักทายค่ะ.. ๐^__^๐

    โพสเมื่อ 14 พ.ค. 53 เวลา 10:23
  • aeypix
    tthanes

    ไปใหนมาคุณเอ๋ สงสัยนั่งนับแบงก์จนเพลิน บ้านช่องไม่มาดูแล 555

    55555555 แบงค์เบิ้งอะไรพี่ธเนศ เหรียญสลึงซิไม่ว่า จะกินแกลบเอาอยู่แล้วค่าาา อิอิอิ ปล. ที่หายไปเพราะติดตามข่าวค่ะ แหะๆๆๆ

    โพสเมื่อ 5 พ.ค. 53 เวลา 03:41
  • tthanes
    aeypix

    ไม่ได้เข้ามัลติพลายมานานมากค่ะ....เพิ่งแวะมา ค่ะ แหะๆๆๆ พี่ธเนศนี่เก็บวัดจะหมดอยุธยายังเนี่ย??? อิอิอิ

    ไปใหนมาคุณเอ๋ สงสัยนั่งนับแบงก์จนเพลิน บ้านช่องไม่มาดูแล 555

    โพสเมื่อ 5 พ.ค. 53 เวลา 03:39
  • aeypix

    ไม่ได้เข้ามัลติพลายมานานมากค่ะ....เพิ่งแวะมา ค่ะ แหะๆๆๆ พี่ธเนศนี่เก็บวัดจะหมดอยุธยายังเนี่ย??? อิอิอิ

    โพสเมื่อ 5 พ.ค. 53 เวลา 03:31
  • tthanes
    pchais

    ฝีมือไม่ตก คุณภาพไม่ลดเลยนะครับทั่น อิอิ

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 28 เม.ย. 53 เวลา 02:07
  • pchais

    ฝีมือไม่ตก คุณภาพไม่ลดเลยนะครับทั่น อิอิ

    โพสเมื่อ 27 เม.ย. 53 เวลา 23:31
  • tthanes
    moomoophotography

    ขอบคุณสำหรับความรู้ประดับม๋องและ ภาพสวยๆจากฝีมือชั้นเซียน..ขอบคุณจิงๆคับ

    ขอบคุณที่แวะมาครับคุณหมูๆ

    โพสเมื่อ 17 เม.ย. 53 เวลา 18:35
  • moomoophotography

    ขอบคุณสำหรับความรู้ประดับม๋องและ ภาพสวยๆจากฝีมือชั้นเซียน..ขอบคุณจิงๆคับ

    โพสเมื่อ 17 เม.ย. 53 เวลา 10:28
  • tthanes
    idpictures

    อึดมากๆครับพี่ เที่ยววัดอยุธยาหลายๆวัดในหน้าร้อนแบบนี้ แต่ก็ได้ภาพมา คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆครับ

    เพิ่งรู้รึ ผมนี่แหละ จอมอึด...555

    โพสเมื่อ 17 เม.ย. 53 เวลา 03:35
  • idpictures

    อึดมากๆครับพี่ เที่ยววัดอยุธยาหลายๆวัดในหน้าร้อนแบบนี้ แต่ก็ได้ภาพมา คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆครับ

    โพสเมื่อ 17 เม.ย. 53 เวลา 03:31
  • muaymoo

    ภาพริมน้ำมุมนี้สวยค่ะ ดั่งมนต์สะกด ดูเคว้งคว้างเสมือนเป็นเมืองร้าง T_T

    โพสเมื่อ 16 เม.ย. 53 เวลา 10:56
  • tthanes
    arnon007

    เหมือนภาพในฝันเลยครับพี่ยอดมากๆ

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 16 เม.ย. 53 เวลา 10:15
  • arnon007

    เหมือนภาพในฝันเลยครับพี่ยอดมากๆ

    โพสเมื่อ 16 เม.ย. 53 เวลา 09:40
  • tthanes
    zong09

    มองผ่าน IR แล้วสวยไปอีกแบบนึงเลยครับ ชอบมากๆ

    ขอบคุณที่แวะมาครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 23:40
  • zong09

    มองผ่าน IR แล้วสวยไปอีกแบบนึงเลยครับ ชอบมากๆ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 23:34
  • tthanes
    bobobom

    I love IR =D

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 19:42
  • bobobom

    I love IR =D

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 14:13
  • tthanes
    snoopyfirst

    โอโห....สวยงามอีกแล้วครับ เดี๋ยวปล่อยมาหลายชุดให้น้องๆ ชื่นชม ไม่ขาดเลยนะครับ เห็นยังงี้แล้ว NIR ดูขลัง ลึกลับ สวยงามมากเลยครับ

    ช่วงนี้ว่างเยอะ พลังก็เยอะตาม 55 ขอบคุณที่แวะมาครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 08:26
  • snoopyfirst

    โอโห....สวยงามอีกแล้วครับ เดี๋ยวปล่อยมาหลายชุดให้น้องๆ ชื่นชม ไม่ขาดเลยนะครับ เห็นยังงี้แล้ว NIR ดูขลัง ลึกลับ สวยงามมากเลยครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 08:13
  • tthanes
    khonkepsop

    โห

    คำเดียวสั้นๆ แต่ผมชอบ หุหุ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 07:40
  • khonkepsop

    โห

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 07:37
  • canrimkhong
    tthanes

    หายากจริงหรอครับ

    ยังโชคดีว่ามตพ.เปิดให้ดูฟรี... เลยดูหลายๆรอบหน่อย

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 06:54
  • tthanes
    canrimkhong

    ดูเเล้วเย็นตาเย็นใจจัง.... นับเป็นบุญตาได้ชมภาพสวยฝีมือระดับหายาก...

    ขำเม้นท์พี่หมอ หายากจริงหรอครับ ขอบคุณที่แวะมาครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 06:37
  • canrimkhong

    ดูเเล้วเย็นตาเย็นใจจัง.... นับเป็นบุญตาได้ชมภาพสวยฝีมือระดับหายาก...

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 06:19
  • tthanes
    wasanpix

    อลังการงาน IR เลยพี่ ภาพสวยทุกใบแถมความรู้อีกมากมาย....

    ขอบคุณครับ

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 01:08
  • tthanes
    torm

    สวย ขลัง อลังการ เดินทาง ท่องเที่ยวเพลิดเพลินพร้อมความรู้เต็มเปี่ยม น่าภูมิใจในศิลปะของไทยเหลือเกินค่ะ

    เสียดายที่ส่วนใหญ่เหลือแต่ซาก

    โพสเมื่อ 15 เม.ย. 53 เวลา 01:08
  • wasanpix

    อลังการงาน IR เลยพี่ ภาพสวยทุกใบแถมความรู้อีกมากมาย....

    โพสเมื่อ 14 เม.ย. 53 เวลา 23:38
  • torm

    สวย ขลัง อลังการ เดินทาง ท่องเที่ยวเพลิดเพลินพร้อมความรู้เต็มเปี่ยม น่าภูมิใจในศิลปะของไทยเหลือเกินค่ะ

    โพสเมื่อ 14 เม.ย. 53 เวลา 23:34

ตะลอนวันหยุด ตอน ๑๒ วัดกรุงเก่า
โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 15 เมษายน 2553
เวลา 10:44
เข้าชม 1,360 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/yHGlew
Full Screen Gallery http://g.thaimultiply.com/yHGlew